TRIPLED IN LEGAL รับปรึกษากฎหมายฟรี โทร. 084-1298860 และ 098-5464864
TRIPLED IN LEGAL รับปรึกษากฎหมายฟรี โทร. 084-1298860 และ 098-5464864

ความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน

การปกปิดความจริงต่อที่ประชุมใหญ่

  • มาตรา 38 กรรมการหรือผู้ชำระบัญชีใดของบริษัทจำกัด โดยทุจริตแสดงออกซึ่งข้อความเท็จหรือปกปิดความจริงต่อที่ประชุมใหญ่ในเรื่องฐานะการเงินของบริษัทนั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
มาตรา 40 บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบงานของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด
หรือบริษัทจำกัด รู้ว่าเจ้าหนี้ของนิติบุคคลดังกล่าวหรือเจ้าหนี้ของบุคคลอื่น
ซึ่งจะใช้สิทธิของจ้าหนี้ของนิติบุคคลดังกล่าว บังคับการชำระหนี้จากนิติบุคคลดังกล่าว ใช้หรือน่าจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้
(1) ย้าย ซ่อน หรือ โอนให้แก่ผู้อื่น:ซึ่งทรัพย์สินของนิติบุคคลดังกล่าว หรือ
(2) แกล้งให้นิติบุคคลดังกล่าวเป็นหนี้ซึ่งไม่เป็นความจริง

ปลอมและลงข้อมูลสำคัญในบัญชีอันเป็นเท็จ
มาตรา 42 บุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด กระทำหรือยินยอมให้กระทำการ ดังต่อไปนี้
(1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือปลอมบัญชีเอกสาร
หรือหลักประกันของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
(2) ลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี
หรือเอกสารของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือที่เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำ เพื่อลวงให้ห้างหุ้นส่วน บริษัท
ผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นขาดประโยชน์อันควรได้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรั

หากนิติบุคคลดังกล่าว เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งมีการระดมเงินหรือระดมทุนจากประชาชน
ผู้ถือหุ้นรายย่อย นิติบุคคล
บางรายมีการระดมเงินจากประชาชนผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นจำนวนเงิน
หลายหมื่นหลายแสนล้านก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างแก่ประชาชนทั่วไป ดังนั้น
กรรมการหรือผู้ชำระบัญชี ซึ่งกระทำความผิดดังกล่าว
ต้องรับโทษทั้งโทษจำคุกและโทษปรับหนักขึ้นไปอีกจากอัตราโทษธรรมดา
เพราะกฏหมายใช้คำว่า “และ” ดังนั้น โทษที่ได้รับ จึงมาเป็นแพคเกจคู่กัน ทั้งนี้
เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

มาตรา 307 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด
ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
ซึ่งได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของนิติบุคคลดังกล่าว
หรือทรัพย์สินที่นิติบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย
กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใดๆ
โดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ที่เป็นลักษณะของทรัพย์สินของนิติบุคคลนั้
น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและ ปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

กรรมการแสวงหาประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 311 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล
ตามพระราชบัญญัตินี้ กระทำการหรือไม่กระทำการ
เพื่อแสวงหาประโยชน์มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อตนเองหรือผู้อื่น
อันเป็นการเสียหายแก่นิติบุคคลนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี
และปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท

การทำบัญชี ไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง หรือปลอมบัญชีเอกสาร
มาตรา 312 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล
ตามพระราชบัญัตินี้ กระทำหรือยินยอมให้กระทำการ ดังต่อไปนี้
(1) ทำให้เสียหาย ทำลาย เปลี่ยนแปลง ตัดทอนหรือปลอมบัญชีเอกสารหรือหลักประกันของนิติบุคคลดังกล่าวหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลดังกล่าว
(2) ลงข้อความเท็จ หรือไม่ลงข้อความสำคัญในบัญชี
หรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบุคคลนั้น หรือ
(3) ทำบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความจริง
ถ้ากระทำหรือยินยอมให้กระทำ เพื่อลวงนิติบุคคลหรือผู้ถือหุ้น

ขาดประโยชน์อันควรได้ หรือลวงบุคคลใดๆ
ต้องระวางโทษจำคุกคั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท
มาตรา 313 กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
ฝ่าฝืนมาตรา 307 มาตรา 308 ,มาตรา 309 หรือมาตรา 311ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปี
และปรับเป็นเงินสองเท่าของราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่บุคคลดังกล่าวได้กระทำการฝ่าฝืน
ในมาตรานั้นๆ แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ ค่าปรับดังกล่าวต้องไม่ต่ำกว่าห้าแสนบาท